CCTV จะมาช่วยลดอาชญากรรม เพื่อก้าวสู่ Smart City ได้หรือไม่ ?

CCTV ที่เราเห็นทั่วไป จะมาช่วยลดอาชญากรรมของสังคมได้หรือไม่ ?

เทคโนโลยีถูกพัฒนาไปไกลมากขึ้น ทำให้เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ รอบตัวเสมอ เทคโนโลยีสามารถเข้าถึงการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การที่เราสามารถสั่งการเปิด-ปิดไฟได้ผ่านมือถือ ตั้งเวลาในการรดน้ำต้นไม้ได้ หรือทุกอย่างรอบตัวสามารถควบคุมได้ด้วยอินเทอร์เน็ต ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คน ในยุคนี้อย่างมาก เพราะทุกอย่างจะง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น แต่ถ้านวัตกรรมเหล่านั้นอยู่รอบ ๆ ตัวเราในสังคมไม่ใช่แค่ในพื้นที่บ้านล่ะ เราอาจจะเคยเห็นในภาพยนตร์ ที่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างอัศจรรย์ ไม่มีทางพบเห็นได้ในโลกความเป็นจริงได้แน่ ๆ แต่หารู้ไม่ เทคโนโลยีปัจจุบัน ถูกพัฒนาให้ก้าวหน้าไปไกลกว่าที่เราคิด และจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราอาจจะเห็นเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ในท้องถนนทุกวันมากขึ้นก็ได้ และหลายองค์กรกำลังจะพลิกโฉมภาพจำเมืองในอดีต ให้เป็น “เมืองอัจฉริยะ” หรือ “Smart City” การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับเมือง ช่วยสังคมในด้านต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสบาย  พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างสังคมให้ก้าวไปสู่ Smart City ไม่ว่าจะเป็นด้าน Smart Economy, Smart Mobility, Smart Energy, Smart Environment หรืออีกด้านที่หลายคนจับตามองคือการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดปัญหาด้านอาชญากรรม ระบบรักษาความปลอดภัย หรือ Smart Security สิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตอย่างมาก

 

 

เราอาจจะนึกไม่ถึงว่า CCTV หรือกล้องวงจรปิดที่เราเห็นตามสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถช่วยลดปัญหาอาชญากรรมได้มากกว่าที่คิดCCTV เป็นอีกหนึ่งความอุ่นใจของใครหลาย ๆ คน เพราะที่ไหนมีกล้องวงจรปิด ก็พูดได้เลยว่าที่นั่นจะมีความปลอดภัยแน่นอน หรือแม้แต่ในการเดินทางไปที่ใด หากที่นั่นมี CCTV ก็ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าที่นั่นมีมาตรฐานในการดูแลเรื่องความปลอดภัย เพราะภาพจำของ ‘กล้องวงจรปิด’ ของใครหลาย ๆ คนนั้น จะนึกถึง กล้องตามมุมตึกต่าง ๆ ที่สามารถบันทึกภาพวิดีโอ ถ่ายเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้  แต่หากย้อนกลับมามองในมุมของ Smart City แล้ว CCTV จะสามารถทำอะไรได้บ้าง มากกว่าการบันทึกภาพเหตุการณ์ จะช่วยได้เพียงแค่บันทึกภาพเก็บไว้เท่านั้นจริง ๆ หรือ CCTV จะสามารถเป็น ‘อีกตา’ ที่เป็นตัวแทนตำรวจที่ช่วยลดอาชญากรรมในสังคมได้หรือไม่ ?

 

 

หากเรานำ CCTV มาเปรียบเทียบกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) แล้ว รปภ.อาจจะทำแทนได้ในความปลอดภัยที่ทันเวลาและพร้อมจับผู้ร้ายเสมอ แต่ในความเป็นคนแล้ว รปภ.ก็มีความเหนื่อยล้า และไม่สามารถสังเกตุการณ์ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน โดยไม่หยุดพัก หรือหากมีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น การให้การอาจผิดเพี้ยนได้ หรือจำความไม่ถูกต้องCCTV จึงเป็นส่วนสำคัญ ที่จะมาช่วยให้สังคมเมืองของเรา มีความปลอดภัย และทั่วถึงมากขึ้น แต่หากเป็นกล้องธรรมดาที่ทำได้เพียงแค่บันทึกภาพCCTV คงไม่ต่างอะไรจาก รปภ. ที่คอยจับตามองสถานที่นั้นตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้าย ซึ่งCCTV จะมาช่วยให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ สามารถดูแลเมืองได้แบบ Real-time

 

ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยของมนุษย์ ให้สามารถควบคุมและเพิ่มศักยภาพของกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ให้ทำงานได้มากกว่าการบันทึกภาพ ไม่ว่าจะเป็น ระบบตรวจสอบป้ายทะเบียนรถยนต์ ที่สามารถจับภาพได้ทันหากมีการทำผิด การควบคุมการเข้าออกด้วยใบหน้าผ่านกล้อง ระบบการควบคุมการเข้าออกของยานพาหนะบริเวณที่จอดรถ ด้วยระบบอ่านป้ายทะเบียนรถ ระบบลงทะเบียน ติดตาม และแจ้งเตือนบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อ หรือการตรวจจับพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย เช่น มีคนที่เดินอยู่ริมถนน เดินวนไปมาซ้ำ ๆ หลายครั้ง นำถุงสีดำมาวางอย่างน่าสงสัย และเดินจากไป กล้องสามารถแจ้งเตือนไปที่ศูนย์ควบคุม สั่งการให้ระบบค้นหาเป้าหมาย ตรวจจับใบหน้าบุคคลเพื่อบันทึก ติดตามตัวอาชญากรทั้งบุคคล และยานพาหนะ ระบบยังสามารถติดตามต่อไปได้จนถึงเส้นทางการเดินทาง การหลบหนี เป็นการทำงานของกล้องที่แม่นยำมากขึ้น และลดภาระของคนได้อย่างมาก หรือพัฒนาตัวกล้องCCTV เอง ที่สามารถจับภาพสีในเวลากลางคืนได้ คมชัด จับความร้อนได้ เซ็นเซอร์หลายทิศทาง และเลนส์ฟิชอายที่สามารถจับภาพได้ถึง 360 องศา

 

 

แล้ว CCTV จะมาช่วยลดอาชญากรรมได้จริงหรือ ?

มากกว่าการได้ภาพวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ เทคโนโลยีสามารถเข้าไปช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ในสังคม เพื่อก้าวสู่ Smart City ได้ ไม่ว่าจะเป็น การลดขั้นตอนการทำงาน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน เพิ่มความเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการจอดรถในบริเวณที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่งเสริมภาพลักษณ์ ความทันสมัย หรือความดูแลใส่ใจจากองค์กรนั้น ลดความเสี่ยงในการนำบัตรประจำตัวของผู้อื่น มาใช้หรือแอบอ้างในการเข้าออกอาคาร เพิ่มความปลอดภัยและจัดเก็บข้อมูลของผู้ที่มาติดต่อ แจ้งเตือนเมื่อมิได้เข้ามาตามจุดประสงค์ที่แจ้งไว้ หรือใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนด ยกระดับความปลอดภัยเมืองมากขึ้น หากอนาคตมีการจัดเก็บข้อมูลประวัติของผู้ที่มีประวัติก่อเหตุอาชญากรรม เป็น Big Data ที่สมบูรณ์มากขึ้น การเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรมต่าง ๆ ก็จะครอบคลุมมากขึ้น มีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และแจ้งเตือนเพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและเฝ้าระวังได้

 

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งความสะดวกสบาย และใส่ใจความปลอดภัยของสังคม CCTV จะเข้ามาช่วยลดปัญหาอาชญากรรมมากขึ้น ช่วยควบคุม เฝ้าระวังการก่อเหตุอาชญากรรมของสังคมได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน สามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที และมากกว่านั้น ยังเป็นส่วนหนึ่งที่เชื่อมต่อภาครัฐและเอกชน ได้มีส่วนช่วยพัฒนาสังคมให้สามารถก้าวไปสู่ Smart City และขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะให้ขยายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ต่อไป

 

ในอนาคตเทคโนโลยีจะเป็นอย่างไร หากนวัตกรรมต่าง ๆ สามารถพัฒนาให้สังคมก้าวไปสู่ Smart Security ได้มากขึ้น มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นรอบตัวเรา CCTV จะอัจฉริยะมากขึ้น อาชญากรรมจะน้อยลง หรือแม้แต่เราจะเห็นคุณภาพชีวิตของคนในสังคมที่ดีขึ้น สังคมจะพัฒนาไปถึงจุดที่ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน ก็สามารถอุ่นใจเมื่อไปที่นั่น ต้องติดตามกันต่อไป

 

บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการ IT ครบวงจร ในลักษณะ IT Solution ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทุกกลุ่มได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของกล้องวงจรปิด ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ ระบบความปลอดภัยด้านเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ ทั้งออกแบบและติดตั้ง รวมถึงการดูแลหลังการขาย และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งรัฐวิสาหกิจหรือเอกชน ไม่ว่าจะเป็น โครงการของท่าอากาศยานไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กสท. โทรคมนาคม กรมตำรวจ กสทช. กรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิต บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) พร้อมให้บริการทุกท่าน และพร้อมพัฒนา Smart Security ให้สังคมก้าวสู่ Smart City มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลต่อไป เพราะความมั่นคงปลอดภัย คือรากฐานสำคัญต่อการดำรงชีวิต