New Normal ความปกติที่ไม่เหมือนเดิม

เมื่อวิกฤตไวรัส Covid-19 ที่ประเทศไทยผ่านพ้นไป มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย เช่น มีการรณรงค์ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ มีประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกบ้านช่วงเวลา 4 ทุ่ม ถึง ตี 3 ควบคุมการเดินทางเข้าออกประเทศไทย งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตจังหวัด โดยไม่มีเหตุจำเป็น หรืองดการทำกิจกรรมที่มีคนหมู่มาก วิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่การควบคุมโรคเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น แต่เพียงวิกฤตเดียว ก็สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของสังคมใหม่ได้เลย

 

หากเราได้กลับมาสังเกตชีวิตประจำวันหลังเหตุการณ์ Covid-19 ที่เพิ่งผ่านไป จะเห็นได้ว่า ในสถานการณ์ที่กลับมาเป็นปกติ วิถีชีวิตไม่เหมือนเดิม มีพฤติกรรมใหม่เกิดขึ้น หรือที่เรียกว่า New Normal ความปกติในรูปแบบใหม่ เราลองมาดูกันว่า คนในสังคมมีพฤติกรรมอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง

1. ดูแลสุขภาพมากขึ้น

สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงเมื่อไวรัส Covid-19 ระบาดทั่วโลก คือการหันกลับมาสังเกตสุขภาพของตัวเองว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของชีวิต มีหลายคนที่รีบไปพบแพทย์ทันที แต่ผลกระทบที่ตามมาก็คือ ทีมแพทย์รับภาระหนักในการรับมือกับคนไข้ จึงมีหลายฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือ เช่น 

  • มีการตรวจวัดอุณหภูมิทุกทางเข้า-ออก จดบันทึกผู้เข้ามาใช้งานเสมอ สนับสนุนให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัย ในสถานที่ต่าง ๆ
  • มีนวัตกรรมหรือระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้หมอและพยาบาล 
  • ระบบหรือแอปพลิเคชันที่มาช่วยให้ระบบการจองคิวไวขึ้น
  • สื่อต่าง ๆ ออกมาช่วยสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชน เพิ่มการคัดกรองผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาจริง ๆ 
  • มีแอปพลิเคชันช่วยเหลือทางการแพทย์มากขึ้น เช่น แอพฯที่สามารถโทรวิดีโอปรึกษาหมอได้ตัวต่อตัว แชทปรึกษาเบื้องต้น หรือสามารถจ่ายยาได้ทันทีผ่านไปรษณีย์ โดยไม่ต้องมารับที่โรงพยาบาล

เมื่อกลับมาในสถานการณ์ปกติ ก็มี New Normal ที่ทุกคนตระหนักในสุขอนามัยมากขึ้น ระวังหรือใส่ใจกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ถือเป็นพฤติกรรมใหม่ที่เป็นเรื่องดีของคนในสังคม ภาคธุรกิจได้เข้ามาช่วยเหลือ และคนในสังคมก็ได้หันกลับมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

 

2. ซื้อของออนไลน์

นอกจากการประกาศเคอร์ฟิวหรือการรณรงค์ให้คนไทยอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อแล้ว คนไทยต้องเร่งกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้นเพื่อดำรงชีพ ซึ่งก็มีหลายคนไม่กล้าที่จะออกไปข้างนอกเนื่องจากความเสี่ยงของเชื้อไวรัส สิ่งที่ทำได้คือให้โลกออนไลน์ช่วย การซื้อของผ่านทางออนไลน์ แพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนามานาน แต่ช่วงเวลาที่ต้องปรับตัว กลับมามีผู้ใช้งานสูงขึ้น มีผู้บริโภคใช้บริการแอปพลิเคชัน E-commerce จนบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 35% รวมถึงบนโซเชียลมีเดียด้วยเช่นกัน มีการสั่งซื้ออาหารหรือสินค้าผ่านช่องทางนี้มากขึ้น เช่น สั่งอาหารเดลิเวอร์รี่ สั่งซื้อเสื้อผ้าจากแบรนด์ต่าง ๆ หรือแม้แต่การซื้อรถผ่านทางออนไลน์เช่นกัน ซึ่งเป็นการปรับตัวในภาคธุรกิจที่ต้องอาศัยไอเดียใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ และความอยู่รอดเช่นกัน

 

3. การชำระเงินแบบดิจิทัล

หากมีการซื้อของผ่านทางออนไลน์แล้ว การชำระเงินได้แบบดิจิทัลยิ่งต้องรองรับการใช้งานเพื่อความสะดวก และด้วยเชื้อไวรัสที่กระจายทั่วโลก ทำให้ตัวเงินหรือธนบัตร ก็เป็นสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นสิ่งของที่ผ่านการสัมผัสมาหลายคน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ หากสังคมต้องไร้การสัมผัสแล้ว การทำธุรกรรมบนออนไลน์ได้ ก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คนในสังคม เพราะเงินของเราจะอยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันก็มีแอปพลิเคชันทางด้านการเงินมาตอบสนองความต้องการได้มาก ทั้งใช้งานได้บนมือถือ และไม่ต้องเสี่ยงที่จะต้องสัมผัสธนบัตรร่วมกับใคร เป็นอีกการปรับตัวใหม่ของคนในสังคม ที่มีผลกระทบกับภาคธุรกิจเช่นกัน เพราะหากร้านค้าไหนไม่รองรับการชำระเงินแบบดิจิทัล ก็ลดโอกาสในการขายไปเยอะเช่นกัน

 

 

4. ทำงาน/เรียนที่บ้าน

เมื่อมีการรณรงค์ให้อยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยง นั่นก็มีผลกระทบตามมาที่ว่า วัยทำงานต้องทำงานที่บ้านในบางบริษัท และนักเรียนต้องหยุด หรือต้องมีการเรียนทางไกลผ่านออนไลน์ และนั่นต้องมีเทคโนโลยีมาช่วย มีโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบอะไรบ้างที่มาช่วยสนับสนุนการทำงานในรูปแบบนี้ ก็มีหลายบริษัทออกมานำเสนอการใช้งานเพื่อช่วยลดปัญหาในส่วนนี้ เช่น แอปพลิเคชันในการโทรวิดีโอประชุมงาน แอปพลิเคชันแชทเพื่อการติดต่อสื่อสารหากัน เว็บไซต์ที่สามารถจัดการเอกสารหรือทำงานร่วมกันได้แบบออนไลน์ 

 

อย่างไรก็ตาม แม้คนในสังคมจะสามารถปรับตัวได้ทัน ท่ามกลางวิกฤตน่ากลัว New Normal ที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถทำได้ไปตลอด เพราะผู้คนยังต้องพบปะกัน ผู้คนยังต้องการความสัมพันธ์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่หากเราสังเกต ทุกการปรับตัว หรือ New Normal พฤติกรรมใหม่ในสถานการณ์ที่กลับมาสู่ความปกตินี้ ทุกคนยังคงต้องพึ่งเทคโนโลยีเข้ามาช่วย หรือกลับมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอีกครั้ง และสิ่งที่ยังคงเป็นสิ่งที่ดีของคนไทยเสมอมา คือคนไทยไม่เคยทิ้งกัน ยังมีการช่วยเหลือจากภาครัฐหรือเอกชน ผ่านการดูแล จัดการ หรือพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ  

 

บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการ IT ครบวงจร ในลักษณะ IT Solution ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทุกกลุ่มได้เป็นอย่างดี และเรายังคงเชื่อมั่นต่อไป ว่าเราจะสามารถสร้างพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กับสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น