PS5 มาแน่! จะเจ๋งแค่ไหน มาดูกัน

เป็นที่ฮือฮา เมื่อเดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมา Sony มีการเปิดตัว PlayStation 5 (PS5) เกมคอนโซลขวัญใจชาวเกมเมอร์รุ่นใหม่ พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ รวมถึงตัวอย่างเกมใหม่ ๆ ที่จะออกมาพร้อมกันอีกด้วย

 

มาเริ่มจากตัว PlayStation 5 ที่เปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน คือ

  • PlayStation 5 รุ่น Standard ราคา $499.99 หรือราว ๆ 15,900 บาท

รุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ใส่แผ่นเกม Blu-ray ได้ ซึ่งก็มีข้อดีที่เราสามารถซื้อขายแผ่นเกมที่ต้องการได้ หรือสามารถยืมแผ่นเกมเพื่อนได้อีกด้วย แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องการเก็บรักษา ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บ

  • PlayStation 5 รุ่น Digital ราคา $399.99 หรือราว ๆ 12,900 บาท

รุ่นที่ใส่แผ่นเกมไม่ได้ ต้องดาวน์โหลดเกมดิจิทัลเท่านั้น มีข้อดีที่เราไม่ต้องดูแลแผ่นเกมมาก เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้สะสมPlayStation อยู่แล้ว ไม่ได้มีแผ่นเกมสะสม หรืออยากประหยัดงบลงอีกประมาณสามพัน ก็ได้รุ่นนี้มาครอบครองแล้ว ข้อเสียคือเราไม่สามารถแชร์แผ่นเกมกับเพื่อนได้นั่นเอง

 

 

สเปคของรุ่นนี้มีอะไรใหม่บ้าง

  • ดีไซน์ใหม่ ล้ำ ทันสมัยมาก จากภาพลักษณ์เก่าที่ใช้สีเทาหรือดำ หลายคนที่พยายามคาดเดาดีไซน์ของรุ่นใหม่นี้ ก็ผิดคาดไปเยอะ เมื่อดีไซน์ใหม่นั้น ตัวเครื่องเป็นดีไซน์แนวตั้ง (ยังรองรับการวางแนวนอน) ใช้สีขาว ตามมาด้วยไฟสีน้ำเงินจากด้านใน ถือเป็นดีไซน์ที่มีความน้อย แต่ยังคงฟังก์ชันการใช้งานที่แรงไม่ใช่เล่น
  • ระบบฮาร์ดดิส ถูกเปลี่ยนจากฮาร์ดดิส HDD ไปเป็น SSD หรือ Ultra High Speed SSD ทำให้ตัวเครื่องสามารถดาวน์โหลดข้อมูล 5 GB ได้ภายใน 1 วินาที ถูกใจหลายคนที่รุ่นใหม่นี้จะอ่านแผ่นเกมได้ไวขึ้น และยังรองรับการเชื่อมต่อของ External Harddisk และ SSD ได้เหมือนเช่นเคย
  • ลดปัญหาเสียงพัดลมดัง เพราะรุ่นใหม่นี้ใส่พัดลมใหญ่ขึ้น แต่ยังออกแบบให้สามารถควบคุมเสียงลมให้เบาลง ทั้งระบายอากาศได้ดี เครื่องไม่ร้อน แถมยังเสียงเบาอีกด้วย
  • เทคโนโลยี Ray Tracing เทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องแสงเงา แสงสะท้อน ให้ภาพสมจริงมากขึ้น เป็นความล้ำสมัยอีกหนึ่งข้อ ที่หลายคนก็คาดหวังคุณภาพของภาพที่เจ๋งมากขึ้นเช่นกัน
  • ความละเอียด เราจะสามารถเล่นเกม PS5 ได้บนทีวี 4K ในอัตราเฟรมสูงสุด 120fps แถมรองรับ Output 8K หรือสามารถเล่นบนจอแสดงผลความละเอียด 4320p ได้
  • และคำถามในใจหลายคนที่สงสัย PlayStation5 นี้ สามารถใช้กับเกมรุ่นเก่าได้หรือไม่ ? คำตอบคือได้ แต่ใช้ได้ถึง PlayStation4 เพราะทาง Sony เองก็ได้ทำแบบทดสอบมาว่าความต้องการของผู้ใช้จริง ๆ แล้ว ต้องการอัพเดทเกมที่ใหม่ขึ้นอยู่ดี และมีสัดส่วนความต้องการ ที่มากกว่าผู้ใช้ที่ต้องการเล่นเกมรุ่นเก่า ๆ ทำให้ทาง Sony ตัดสินใจพัฒนาระบบให้ PlayStation 5 นี้สามารถรองรับเกมได้ถึง PlayStation 4 เท่านั้น

 

ยังไม่หมดเท่านี้ นอกจากตัวเครื่อง PlayStation5 ที่เปิดตัวสเปคและดีไซน์มาแล้ว ทาง Sony ยังเปิดตัว Accessories ที่มาคู่กันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • DualSense™ Wireless Controller สำหรับคอนโซล PS5 มีเอฟเฟกต์ทริกเกอร์แบบไดนามิก มีระบบการสั่นซ้ายขวาหลายระดับที่สมจริง สามารถจำลองแรงกระแทก เช่นการเดินบนพื้นผิวต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และมีไมโครโฟนในตัวอีกด้วย
  • DualSense™ Charging Station ท่านชาร์จคอนโทรลเลอร์ไร้สาย ที่สามารถชาร์จได้สูงสุดสองตัวพร้อมกัน โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับคอนโซล PlayStation 5
  • PULSE 3D™ Wireless Headset Sony ได้เลือกใช้เทคโนโลยีเสียงแบบใหม่ Tempest 3D Audio Tech ที่จะทำให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์เสียง 3 มิติที่ดีขึ้น สามารถแยกเสียงในเกมได้มากกว่า 100 เสียง เช่น เสียงลม เสียงฝน ออกแบบให้มีระดับเสียงจากหลายทิศทาง ใกล้ ไกล ซ้าย ขวา ทำให้เราได้ยินเสียงที่มีมิติมากขึ้น และยังมาคู่กับไมโครโฟนคู่ตัดเสียงรบกวน ทำให้การแชทกันในทีมของคุณลื่นไหลจากระบบบันทึกเสียงที่ชัดใส
  • HD Camera ตัวนี้จะมาช่วยเพิ่มวิดีโอการเล่นเกมและฉายออกไป ด้วยคุณภาพแบบ Full-HD 
  • และ Media Remote ที่มาเพิ่มการควบคุมภาพการสตรีมมิ่งต่าง ๆ ได้แม่นยำและสะดวกยิ่งขึ้น

 

 

มากกว่านั้น สาวก PlayStation5 ต้องรอคอยสิ่งนี้ เมื่อ Sony ได้เปิดตัวเทรลเลอร์เกมใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Resident Evil Village, Marvel’s Spider-Man, Final Fantasy XVI และอีกหลายต่อหลายเกม มายั่วให้หลายคนต้องรีบกดจองกันเลยทีเดียว

 

 

และสำหรับใครที่พร้อมแล้ว เตรียมตัวได้เลย เพราะใกล้วางจำหน่ายแล้ว ใครเล็งรุ่นไหน Accessories ไหน เกมตัวไหน เตรียวตัวให้ดี เตรียมเงินให้พร้อม วางจำหน่ายเมื่อไหร่ พร้อมวิ่ง!