ประเทศไทยตั้งเป้า! สู่ Aviation Hub ศูนย์กลางการบินระดับเอเชีย

Read More

SKYICT ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เพื่ออนาคตการบินที่ล้ำกว่า

ในโลกยุคปัจจุบัน “สนามบิน” ไม่ได้เป็นเพียงจุดขึ้นลงของเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการเชื่อมโยงโลก ทั้งในแง่เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า และเทคโนโลยี นี่คือที่มาของคำว่า “Aviation Hub” หรือ “ศูนย์กลางการบิน” ที่หลายประเทศกำลังเร่งพัฒนาให้เกิดขึ้น

และ ประเทศไทย เอง ก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่บทบาทนี้อย่างเต็มตัว โดยมี SKYICT เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีให้สนามบินไทยพร้อมสำหรับอนาคต

🛫 Aviation Hub คืออะไร?

Aviation Hub หมายถึงสนามบินที่ทำหน้าที่เป็น “จุดศูนย์กลาง” ในการเชื่อมต่อเที่ยวบินจำนวนมาก ผู้โดยสารสามารถ เปลี่ยนเครื่อง (Transfer) หรือสายการบินสามารถ ขนส่งสินค้า ต่อไปยังปลายทางอื่น ๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว สนามบินลักษณะนี้มีบทบาทคล้าย “สถานีใหญ่” ที่ผู้โดยสารทั่วโลกต้องแวะผ่าน

 

🧭 ประเภทของ Aviation Hub

  1. Global Hubs – สนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ เช่น สิงคโปร์ (Changi), ดูไบ (DXB)
  2. Regional Hubs – ศูนย์กลางภูมิภาค เช่น กรุงเทพฯ, กัวลาลัมเปอร์, ฮานอย
  3. Self-Connecting Hubs – สนามบินสำหรับสายการบินโลว์คอสต์ ที่เน้นผู้โดยสารเชื่อมเที่ยวบินเอง เช่น ดอนเมือง

 

🌍 ทำไมประเทศไทยถึงมีศักยภาพ?

  1. ทำเลทองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ไทยอยู่ตรงกลางระหว่างจีน อินเดีย และอาเซียน เชื่อมระยะทางบินระหว่างยุโรป-เอเชียตะวันออกได้อย่างลงตัว
  2. เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยว
    สัดส่วน GDP จากการท่องเที่ยวของไทยสูงถึง 14.7% (มากที่สุดในภูมิภาค) สนามบินจึงกลายเป็นด่านแรกของประสบการณ์
  3. โครงสร้างพื้นฐานกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    • สนามบินสุวรรณภูมิระยะที่ 2
    • สนามบินอู่ตะเภา (EEC Project)
    • รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
    • พื้นที่ Logistics Zone ที่เอื้อต่อ Cargo Hub
  4. การสนับสนุนจากภาครัฐ
    นโยบายเปิดน่านฟ้า, e-Visa, การลงทุนในเทคโนโลยีสนามบิน

 

🔧 จุดแข็งของสนามบินไทย: เทคโนโลยีคือหัวใจ

และนี่คือจุดที่ SKYICT เข้ามามีบทบาทสำคัญ:

✨ 1. เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนามบินอัจฉริยะ

  • CUPPS (Common Use Passenger Processing System)
    ลดความแออัดของเคาน์เตอร์สายการบิน ผู้โดยสารเช็กอินได้เร็วขึ้น
  • Smart Gate – Facial Recognition
    การตรวจสอบตัวตนด้วยใบหน้า เพิ่มความปลอดภัย พร้อมความเร็ว
  • Self-Baggage Drop
    ย่นเวลารอคิว และลดภาระเจ้าหน้าที่

✨ 2. ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและ IoT

  • ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์สนามบินแบบ Real-Time
  • บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Predictive Maintenance)

✨ 3. ความปลอดภัยระดับสูงสุด

  • เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ศุลกากร ตม. และสายการบินอย่างไร้รอยต่อ
  • ระบบควบคุมจราจรทางอากาศ และ CCTV อัจฉริยะครอบคลุมทุกจุด

🚀 จากความพร้อมสู่เป้าหมาย: Aviation Hub ของไทยในอนาคต

💼 ไม่ใช่แค่ “จุดผ่าน” แต่เป็น “จุดหมาย”

ประเทศไทยไม่ได้หวังแค่เป็นจุดต่อเครื่อง แต่กำลังสร้าง “ประสบการณ์” ที่ทำให้ผู้โดยสารอยากกลับมา

🛣 การเชื่อมต่อข้ามรูปแบบ (Intermodal)

สนามบินเชื่อมต่อกับรถไฟ รถโดยสาร ทางด่วน และ Logistics Zone ทำให้ผู้โดยสารและสินค้าเคลื่อนย้ายได้อย่างไร้รอยต่อ

📦 Cargo Hub แห่งอนาคต

พื้นที่คลังสินค้าและระบบขนส่งด่วน (Express) กำลังขยายตัว รองรับการเติบโตของ e-commerce และการส่งออก

 

🎯 SKYICT กับบทบาทผู้พัฒนา “สนามบินอนาคตของไทย”

ประเทศไทยมีทุกปัจจัยที่เหมาะสมต่อการเป็น Aviation Hub:
🛫 ทำเลดี
🛫 นโยบายสนับสนุน
🛫 โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนา
🛫 อุตสาหกรรมการบินที่มีความพร้อม

แต่สิ่งที่ “ยกระดับ” ความสามารถเหล่านี้ คือ เทคโนโลยี
และนี่คือจุดที่ SKYICT กำลังทุ่มเทพัฒนา เพื่อวางรากฐานให้สนามบินไทย “เชื่อมโลกได้ดีกว่าเดิม” ทั้งในด้าน ผู้โดยสาร การขนส่งสินค้า และประสบการณ์การเดินทางอัจฉริยะในทุกมิติ

ติดต่อเรา

เราจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคม ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น

ข้อความสำหรับขอความยินยอมในหน้าเว็บไซต์ https://www.skyict.co.th หากท่านยินยอมให้ทางบริษัทประมวลผลข้อมูลในกรณีใดๆ กรุณาทำเครื่องหมาย / ในช่อง ด้านหน้า