ยกระดับ 13 สนามบินไทย ขับเคลื่อน Digital Backbone รับคลื่นนักเดินทางทั่วโลก

Read More

ช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีคือหนึ่งในบททดสอบสำคัญของอุตสาหกรรมการบินไทย เมื่อปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยมีการคาดการณ์ว่าช่วงตรุษจีนจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศมากกว่า 4 ล้านคนภายในระยะเวลาเพียง 10 วัน และมีเที่ยวบินเฉลี่ยกว่า 2,400 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า “ความพร้อมของสนามบิน” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ ที่สามารถรองรับผู้โดยสารจำนวนมหาศาลได้แบบเรียลไทม์

ในฐานะ National Enabler ด้านเทคโนโลยีสนามบิน
SKY ICT จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับระบบบริการผู้โดยสาร ครอบคลุม 13 สนามบินทั่วประเทศไทย ผ่านการติดตั้งระบบ CUPPS และเทคโนโลยี Biometric เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และทันสมัยยิ่งขึ้น

 

เมื่อสนามบินต้อง “เร็ว แม่น และไร้รอยต่อ”

1) Seamless Flow ด้วย Biometric Airport

ประเทศไทยเริ่มนำระบบ ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (Facial Recognition) มาใช้ในสนามบินหลัก เพื่อช่วยลดขั้นตอนการตรวจเอกสาร ตั้งแต่เช็กอิน ฝากกระเป๋า จุดตรวจความปลอดภัย ไปจนถึงประตูขึ้นเครื่อง

ผลลัพธ์คือ

  • ลดเวลาการยืนยันตัวตนของผู้โดยสารอย่างมีนัยสำคัญ
  • เพิ่มความสะดวกและลดความแออัดบริเวณด่านตรวจ
  • ยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากล

ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารช่วงพีคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2) Self-Service Revolution เปลี่ยนประสบการณ์ผู้โดยสาร

ระบบ CUPPS และ Self-Service เช่น

  • ตู้เช็กอินอัตโนมัติ
  • จุดโหลดกระเป๋าด้วยตนเอง
  • ประตูขึ้นเครื่องอัตโนมัติ

ช่วยลดเวลารอคิวและเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง โดยข้อมูลจากช่วงวันหยุดใหญ่พบว่า ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศใช้เวลาดำเนินการในสนามบินเฉลี่ยเพียง ประมาณ 22 นาที และขาออกประมาณ 28 นาที เท่านั้น

นี่คือการเปลี่ยนผ่านจาก “สนามบินแบบดั้งเดิม” สู่ Smart Airport Experience อย่างแท้จริง

 

3) Real-time Management สมองหลังของสนามบินยุคใหม่

การบริหารสนามบินยุคดิจิทัลต้องอาศัย

  • การเชื่อมต่อข้อมูลทุกระบบหลังบ้าน
  • การวิเคราะห์จำนวนผู้โดยสารแบบเรียลไทม์
  • การจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนตลอดเวลา

แนวทางนี้ช่วยให้สนามบินสามารถรักษาคุณภาพบริการและความปลอดภัย แม้ในช่วงที่มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบรายปี

 

ความปลอดภัยไซเบอร์ หัวใจของ Smart Airport

นอกจากประสบการณ์ผู้โดยสารแล้ว
Cybersecurity คืออีกหนึ่งโครงสร้างสำคัญของสนามบินยุคใหม่

เพราะระบบดิจิทัลของสนามบินเกี่ยวข้องกับ

  • ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้โดยสาร
  • ระบบการบินและความปลอดภัย
  • โครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ

การดูแลระบบตลอด 24/7 และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยการบินสากล
จึงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมการบิน

 

จาก “การรองรับนักท่องเที่ยว” สู่การเป็น Aviation Hub ของภูมิภาค

การลงทุนด้านเทคโนโลยีสนามบินไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแก้ปัญหาความแออัดระยะสั้น
แต่คือการวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่ ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

โดยแนวโน้มผู้โดยสารทั้งปีมีโอกาสแตะระดับ กว่า 130 ล้านคน สะท้อนการฟื้นตัวเต็มรูปแบบของการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศ

และเบื้องหลังความพร้อมนี้
คือบทบาทของผู้พัฒนาเทคโนโลยีอย่าง SKY ICT
ที่เชื่อมต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสนามบินไทยให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียว

 

บทสรุป

เทศกาลตรุษจีนอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
แต่สำหรับอุตสาหกรรมการบิน นี่คือ บทพิสูจน์ความพร้อมของประเทศทั้งระบบ

ตั้งแต่

  • เทคโนโลยี Biometric
  • ระบบ Self-Service
  • การบริหารสนามบินแบบ Real-time
  • ไปจนถึง Cybersecurity ระดับโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งหมดล้วนสะท้อนว่า
“การเดินทางที่ราบรื่นของผู้โดยสารหนึ่งคน
เกิดจากเทคโนโลยีที่ทำงานเบื้องหลังทั้งประเทศ”

และนั่นคือภารกิจสำคัญของ SKY ICT
ในการผลักดันสนามบินไทยสู่อนาคตของ Smart Airport และ Aviation Hub ระดับภูมิภาค อย่างแท้จริง

ส่งข้อความถึงเรา

ข้อความสำหรับขอความยินยอมในหน้าเว็บไซต์ https://www.skyict.co.th หากท่านยินยอมให้ทางบริษัทประมวลผลข้อมูลในกรณีใดๆ กรุณาทำเครื่องหมาย / ในช่อง ด้านหน้า

ติดต่อเรา

เราจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคม ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น